เดอะ ทิงเกอร์ วัน โซเซ มูรินโญ่

โซเซ มูรินโญ่ ” เดอะ ทิงเกอร์ วัน ” กุนซือ แมนฯยู ผู้หมดไฟ ตอน สเปเชียลวัน ที่หายไป

” เดอะ ทิงเกอร์ วัน “หรือแปลว่า ไก่ นี้คงจะกลายเป็น ฉายาใหม่ ของ โซเซ มูรินโญ่ กุนซือ แมนฯยู ที่กำลังจะหมอดดับลงไปในเร็วๆนี้ หากผลงานไม่กระเตื้อง เพราะเวลานี้ตกที่นั่งลำบาก  สเปเชียลวัน ดีกรีแชมป์ลีก คนเก่าหายไปไหน ?

โซเซ มูรินโญ่ กุนซือ แมนฯยู กับฉายา ” เดอะ ทิงเกอร์ วัน “

สถานะแต่ละทีมที่จะ ลุ้น แชมป์ พรีเมียร์ลีก จะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผ่านไป 10 เกม แต่เมื่อผ่านไป 7 นัด ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 3 อยู่ในอันดับ 10 นั่นคงไม่ใช่พื้นที่ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาดหวังเอาไว้แต่แรก ในขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อนบ้านชนะ 6 เสมอ 1 และเป็นจ่าฝูง

กุนซือ แมนฯยู ผู้หมดไฟ

ขณะที่ทีมสีฟ้าครองตำแหน่งจ่าฝูง ทีมสีแดงกำลังสะสมความผิดหวัง แต่นั่นอาจไม่ได้แปลว่าการต่อสู้จบลง เพราะมันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

ปลายฤดูกาล 2017/18 เมื่อ “เรือใบสีฟ้า” คว้าแชมป์ เราพูดกันว่า เป็นเพราะความบ้าคลั่งของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำให้ “ปิศาจแดง” ที่นำทัพโดย โชเซ่ มินโญ่ ไม่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้ ทั้งที่หากเป็นฤดูกาลอื่น การมี 80 กว่าคะแนนก็เพียงพอ เหมือนตอนที่ มูรินโญ่ พา เชลซี เป็นแชมป์ที่ 87 คะแนน แต่ เป๊ป กวาดแต้มไป 100 คะแนนพร้อมเสียงปรบมือและคำสรรเสริญกระหึ่มแดนผู้ดีอย่างที่ไม่เคยมี

เราข้ามเรื่องสไตล์การเล่นไปไม่ได้เลย ติกี้ตาก้า ของ เป๊ป สำเร็จสมบูรณ์จนยากต้านทาน ขณะที่การก้าวเข้าสู่ฤดูกาลที่ 3 ของ มูรินโญ่ ยังไม่รู้ว่าแนวทางไหนที่ดี สมัยที่เขาอยู่กับ เชลซี แฟนๆ ยอมรับการตีหัวเข้าบ้าน เพราะพวกเขาเคยเป็นทีมขนาดกลางที่ไม่รู้จักความสำเร็จ อะไรก็ได้แค่ชนะก็พอ พวกเขารับได้กับเกมรับ ขี้อุด รอสวนกลับเหมือนคนขี้ขลาด แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่แฟนๆ ยูไนเต็ด รับได้


สเปเชียลวัน ที่หายไป

มูรินโญ่ ต้องคร่ำเคร่งไม่มีวันหยุด เพื่อทำทีมให้ดีขึ้น และต้องโดนใจแฟนๆ ไปพร้อมกัน เป็นโจทย์ที่ไม่ง่ายเลย

พวกเขาอยากเห็นเกมบุกอย่างบ้าคลั่งตั้งแต่วินาทีแรกจนถึงวินาทีสุดท้าย ไม่หมดเท่านั้น พวกเขาต้องการ 11 ตัวจริงที่ดีและยั่งยืน ไม่ใช่การเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามการรับมือกับคู่แข่ง หรือตามแต่ มูรินโญ่ จะเห็นสมควร ที่ไม่มีใครเข้าใจเท่าไรว่าอะไรสมควร หรือไม่สมควร

เราพูดกันว่า ปีที่ 3 เป็นปีหายนะสำหรับ มูรินโญ่ เขาออกจาก เชลซี ครั้งแรกเมื่ออยู่ครบ 3 ปี ไปที่ อินเตอร์ มิลาน ประสบความสำเร็จ เทรเบิ้ล แชมป์ ไปก่อน จึงไม่เกิดปีที่ 3 และเขายังเป็นตำนานที่นั่น ส่วนที่ เรอัล มาดริด หลังจากจบซีซั่นที่ 3 ก็ตกลงแยกทางกัน แต่ลึกๆ ก็รู้ว่ามันจบไม่สวย เมื่อกลับมาลอนดอน เขาโดนเลื่อยขาเก้าอี้ในปีที่ 3 และที่เมือง แมนเชสเตอร์ ตอนนี้เป็นปีที่ 3 แล้ว แม้ยังตอบไม่ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่สัญญาณก็ไม่ดีเท่าไร


 โซเซ มูรินโญ่ เชลซี ถูกไล่ออก

เดจาวู สเปเชียลวัน จะถูกไล่ออกอีกครั้ง หรือไม่ ?

ปัญหาที่เกิดขึ้นในรั้ว โอลด์ แทรฟฟอร์ด มักจะได้รับการหยิบยกมาเปรียบเทียบกับการโดนไล่ออกจาก เชลซี ในปี 2015 เมื่อถึงจุดล่มสลาย ใครเลื่อยขาเก้าอี้ผู้จัดการทีม?

ยูไนเต็ด มีปัญหาสะสมมายาวนาน ตั้งแต่เรื่องอัตลักษณ์ที่หายไปเมื่อหมดยุคเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และมันยังต่อเนื่องยาวนานมาถึงปัจจุบัน ผู้คนหวังว่า มูรินโญ่ จะพบคำตอบ แต่ก็ไม่เลย การแบ่งเสียงเป็นสองฝ่าย เมื่อ มูรินโญ่ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีม และเมื่ออยู่มาสักพักใหญ่ ทีมนี้ก็ดูไม่ใช่ทีมของ “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” ทั้งที่เขามีความสามารถในการปรับปรุงทีม พัฒนาผู้เล่น แต่มันไม่เกิดขึ้นมากนักที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด และยังไม่มีสไตล์

นัดล่าสุดที่เจอ เวสต์แฮม ในที่สุดเขาก็ดร็อป อเล็กซิส ซานเชซ และใส่ชื่อ อองโตนี่ มาร์กซิยาล ลงมาแทน เหมือนกับเกม คาราบาว คัพ และมีการปรับแผนมาใช้งานกองหลัง 3 ตัว หนึ่งในนั้นคือ แม็คโทมิเนย์


มูรินโญ กุนซือ แมนฯยู หัวร้อน

เมื่อ เวสต์แฮม ทำประตูได้ มูรินโญ่ ทั้งผิดหวังและไม่พอใจ เขายังสั่งการลูกทีมให้มีสมาธิ แต่มันก็จบลงอย่างที่เห็น

พวกเขาโชคร้ายนิดหน่อย ที่ลูกยิงของ มาร์โก อาร์เนาโตวิช แฉลบโดน วิคตอร์ ลินเดเลิฟ พอโดนนำ 2-0 ในท้ายครึ่งแรก ครึ่งหลังก็เหี่ยวแห้ง ก็เหมือนที่ เจา มูตินโญ่ ตีเสมอได้ เพราะ วูล์ฟ มีโชค จริงเหรอ?

แอชลี่ย์ ยังลงมาเล่นเป็นแบ็คขวา ดิโอโก้ ดาโลต์ พักไว้ เพราะต้องการให้ค่อยๆ ปรับตัว และคงเก็บทั้ง เฟร็ด ทั้ง เอริค ไบญี่ เอาไว้เจอ บาเลนเซีย

ว่ากันตามตรง การหมุนเวียนเกมที่มีมากมายเกิดขึ้นมาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว แต่สำหรับซีซั่นนี้มันเพิ่มความถี่เข้าไปอีก จนชื่อ “ทิงเกอร์แมน” ที่เคยเป็นของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ น่าจะมาเสริมให้ มูรินโญ่ “เดอะ ทิงเกอร์ วัน” บ้าง จอมโรเตชั่น เก่งการแก้ปัญหาแบบซ่อมแซม เอาตรงนั้นไปแปะไว้ตรงนี้


รานิเอรี่ อำลาฉายา “ทิงเกอร์แมน”

รานิเอรี่ อำลาฉายา “ทิงเกอร์แมน” ไปแล้วเมื่อได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก กับ เลสเตอร์ แม้ผลงานของเขาหลังจากนั้นที่ฝรั่งเศสไม่เป็นไปอย่างที่หวังก็ตาม

ปัญหาของ มูรินโญ่ มีอีกมากมาย การขาดผู้นำ ความคลางแคลงกับ ปอล ป็อกบา ทำให้นักวิเคราะหห์จำนวนมากพยายามที่จะเปรียบเทียบทีมนี้กับ “สิงห์บลูส์” ก่อนแตกหัก

คงมีเพียง แกรี่ เนวิลล์ เท่านั้น ที่เชื่อว่าสงครามครั้งนี้ มูรินโญ่ มีส่วนผิดไม่มากเท่า เอ็ด วู้ดวาร์ด เขามองเห็นปัญหาที่เป็นหลุมใหญ่ในระบบบริหาร และเชื่อว่า วู้ดวาร์ด ควรมีคนกลางเอื้อมมือมาประสานการทำงานระหว่างผู้บริหารระดับสูงกับผู้จัดการทีม

อันที่จริง มูรินโญ่ ก็เกือบจะค้นพบทีมของตัวเองแล้ว ในการเปิดหน้าแลกกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แต่เมื่อมันจบอย่างเจ็บปวด เขาก็ยอมถอยจากแท็คติกนั้น ไม่รู้สึกว่าต้องยึดมั่นในเกมรุก และพยายามฟังเสียงแฟนๆ ที่อยากให้ดร็อป อเล็กซิส


มูรินโญ อเล็กซิส

ต้องการเกมบุก ก็ทำให้ อยากให้ดร็อป อเล็กซิส ก็จัดไป อันที่จริงเขาก็หัวดื้อน้อยลง และลองทำตามเสียงจากภายนอกดูบ้าง แต่มันก็ยังไม่ดี เพราะความคาดหวังกับทีมนี้มีสูงกว่านั้นมากนัก

บางที ทีมชุดนี้ก็คงไม่ใช่ทีมของ มูรินโญ่ จริงๆ เขารับความเห็นจากภายนอกที่อยากให้เปลี่ยนมาเล่นเกมบุก เปลี่ยนเอาคนนั้นคนนี้ออกไป นี่อาจเป็น “ปิศาจแดง” เวอร์ชั่นตามใจแฟนๆ ที่ไม่มีใครมารับภาระ แต่เขาต่างหากต้องรับผิดชอบเมื่อมันไม่ประสบความสำเร็จ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*