ผลงาน เรอัล มาดริด 2018 สรุป ฟอร์ม ราชันย์ชุดขาว หลังไร้ โรนัลโด้

วันนี้เราจะมา สรุป ผลงานการเล่นของ ฟอร์ม ราชันย์ชุดขาว มาดูกันว่า ผลงาน เรอัล มาดริด 2018 / 19 เมื่อพวกเขาไม่มีชายที่ชื่อว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ร่วมอยู่นั้นเป็นอย่างไร

ส่อง ผลงาน เรอัล มาดริด 2018 นัดล่าสุด

เรอัล มาดริด เริ่มต้นฤดูกาล 2018/19 ใน ลา ลีกา ด้วยชัยชนะ 3 นัดรวด ยิง 10 เสีย 2 ประตู จากนั้นเปิดบ้านอัด โรม่า ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3-0 ตัวแทนแดนมะกะโรนีน่าจะเป็นคู่มือที่ดีที่สุดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่แพ้ไปแบบคนละชั้น เส้นทางในการเดินหน้าล่าแชมป์ ภายใต้การนำของ ฆูเลน โลเปเตกี ดูดีจนถึงวันที่ 26 กันยายน 2018

โลเปเตกี พาทีมเริ่มต้นได้ดี แต่ก็เข้าช่วงสะดุด และไม่สามารถผ่านเกมรับที่เหนียวแน่นของคู่แข่ง เป็นโจทย์ที่เขาต้องกลับไปแก้โดยด่วน

เซบีย่า เปิดบ้านต้อนรับตัวเต็งแชมป์ อันที่จริงพวกเขาก็เป็นของแสลงสำหรับ “ราชันชุดขาว” อยู่แล้วถ้าได้เล่นใน สตาดิโอ ราม่อน ซานเชซ ปิซฆวน ด้วยศักดิ์ศรี ดาร์บี้ แมตช์ ค้ำคอ ทำให้ 4 ครั้งล่าสุด ยักษ์ใหญ่ไม่สามารถตามหาชัยชนะที่นี่ได้เลย และพ่ายไป 3 ครั้ง

แต่มีตัวเลขที่น่าตะใจกว่านั้นซ่อนอยู่ เจ้าบ้านยิง 3 ประตูรวดในนาทีที่ 17 21 และ 39 ต่อจากนั้นอีก 50 นาที ผู้มาเยือนเอาคืนไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว และมีโอกาสยิง 15 ครั้ง ตรงกรอบเพียง 4 ครั้ง ผลจบลงที่ เซบีย่า คว้าชัยด้วยสกอร์ 3-0


อังเดร ซิลวา ยิง 2 ประตูในนาทีที่ 17 และ 21 เบิกสกอร์ให้ เซบีย่า ขึ้นนำและเอาชนะไปได้

ต่อจากนั้นอีก 4 วัน พวกเขาเปิดรังรับศึกใหญ่กับ แอตเลติโก้ มาดริด ที่จบลงด้วยการเสมอกัน 0-0 ด้วยแนวรุกชุดเดิม 3 ประสานแดนหน้า มาร์โก อาเซนซิโอ้, คาริม เบนเซม่า และ แกเร็ธ เบล ซึ่งแข้งชาวเวลส์โดนถอดออกตั้งแต่นาทีแรกในครึ่งหลัง ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ และทีมของเขาไม่ได้มาเพื่อ 3 แต้ม กับตัวเลขมหัศจรรย์ ยิงทั้งเกมแค่ 5 ครั้ง ครองบอล 38 เปอร์เซ็นต์ และตัดฟาวล์เจ้าถิ่น 17 ครั้ง

เรอัล มีโอกาสยิง 12 ครั้ง และออกนอกกรอบไป 7 ครั้ง ครองบอลได้ แต่นอกจากนั้นก็ไม่ได้อะไร แฟนๆ คงรู้สึกถึงความผิดหวัง แต่การเจอกับ “ตราหมี” ก็เป็นแบบนี้ล่ะ อย่างน้อยก็ไม่แพ้


สรุป ฟอร์ม ราชันย์ชุดขาว เมื่อไม่มี โรนัลโด้ ร่วมทัพ

แกเร็ธ เบล เล่นไม่ออกเมื่อเจอแนวรับจับตาย ดิเอโก้ โกดิน ยังทำงานที่ถนัดได้ดี และส่งผลถึงเกมถัดไป ทำให้ เบล ต้องนั่งสำรอง

พวกเขาเดินหน้าต่อ บุกเยือน ลุซนิกี้ สนามหญ้าเทียมในรัสเซียที่ไม่ได้ทำให้ลำบากใจมากนัก แม้ไม่ชอบแต่หลายคนเพิ่งผ่านฟุตบอลโลกมา ยังจำความรู้สึกได้ และระมัดระวังตัว เพราะสืบฟอร์มล่าสุดมาแล้ว ซีเอสเคเอ ไม่แพ้มา 8 เกมติดต่อกัน

แกเร็ธ เบล ไม่ได้รับโอกาสใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เพราะผลงานไม่เป็นไปตามที่คาดจากเมื่อนัดที่แล้ว ดานี่ เซบายอส ออกสตาร์ทแทน แล้วสิ่งที่เหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้น แชมป์เก่าโดน นิโกล่า วลาซิช ยิงประตูขึ้นนำตั้งแต่วินาทีที่ 65 สร้างความช็อกให้ทั้งแฟนๆ และผู้เล่น ราฟาแอล วาราน ตั้งตัวไม่ทัน เมื่อ โทนี่ โครส หวดบอลลั่นไปเข้าเท้าคู่แข่ง พวกเขาพยายามตามเอาคืนตลอดทั้งเกม


วาราน พยายามตัดบอลที่ โครส แหย่ขามาเอาบอลพลาด และโดนลงโทษเมื่อ วลาซิช วิ่งเข้ามาด้านหลัง กลายเป็นประตูหนึ่งเดียวของเกมนี้

คาเซมิโร่ ยิงชนเสา คาริม เบนเซม่า และ มาริอาโน่ ก็แม่นเสาแม่นคานไม่ต่างกัน สิริรวมแล้วพวกเขายิงนกตกปลาไป 26 ครั้ง ไม่ได้อะไรกลับมา ไม่มีคะแนน เป็นการยิงมากครั้งที่สุดแต่ไม่มีประตูในรอบ 14 ปีของถ้วยใบนี้

สถิติที่น่าตกใจไม่หยุดตรงนี้ เพราะเมื่อนับย้อนหลังไป 3 แมตช์ล่าสุด ไม่ชนะและยิงไม่ได้เลย ห่วยที่สุดในรอบ 11 ปี มันเคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2007 ตอนที่ ฟาบิโอ คาเปลโล่ คุมทัพอยู่


คาเปลโล่ เคยทำให้ “ราชันชุดขาว” เจอสถิติที่ย่ำแย่มาแล้ว แต่เขาเปลี่ยนตอนจบให้สวยงามด้วยการคว้าแชมป์ ลา ลีกา ซึ่งก็ไม่รู้ว่า โลเปเตกี จะทำให้ทุกคนลืมตัวเลขนี้ด้วยแชมป์ได้บ้างหรือไม่ 

ใบแดงของ อิกอร์ อาคินเฟเยฟ ไม่ต้องพูดถึง เพราะมันเป็นเรื่องปาก เขาดันไปเถียงกรรมการแสดงอารมณ์รุนแรงจนโดนใบเหลืองที่สอง เพราะต้องการให้เพื่อนได้ฟาวล์

ถึงตรงนี้ ภาพเดิมหลอกหลอน เรอัล พวกเขาต้องการคนยิงประตู และเริ่มคิดถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ในวันเดียวกันนั้นก็นั่งสำรองอยู่ตูรินโน่น

เบนเซม่า ไม่ยิงมา 6 เกมติดต่อกันแล้ว แต่ โลเปเตกี มองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะคนอื่นก็ยิงไม่ได้เหมือนกัน ทำให้ใครบางคนโดนเล่นงานเป็นพิเศษ และด้วยแท็คติก 9-10 ผู้เล่นตั้งโซนในกรอบเขตโทษ พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกในเกมรุกมากนัก จ่ายบอลกับพื้นไปไม่รอดก็ต้องโยน หลายครั้งชิงจังหวะโหม่ง เทคตัวได้ดีกว่า แต่เสาและคานสูงไปหน่อย


2 ฤดูกาลที่ผ่านมาใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เบนเซม่า ยิงได้ซีซั่นละ 5 ประตู และจะเริ่มนับหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน 

เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันนี้ของเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โรนัลโด้ ยิงไป 4 ประตูในถ้วยยุโรป เป็นคนสร้างความแตกต่างให้ “ราชันชุดขาว” เอาชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยิงประตู ไม่ได้ยิงนก

แต่ก็อีกเช่นกัน หากย้อนดูรายการรนี้เมื่อซีซั่นก่อน พวกเขาเจองานไม่ง่าย และไม่สามารถเก็บชัยเหนือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่ลอนดอนในรอบแบ่งกลุ่ม ต้องจบเป็นอันดับ 2 อาจจะไม่ยืด แต่ก็ไม่ตกรอบ และยังตะเกียกตะกายป้องกันแชมป์ในที่สุด


ไม่ใช่ว่าทุกครั้งพวกเขาจะยิงได้แม่นเสมอไป ไม่ใช่ว่าแพ้ไม่เป็น มีโควตาแพ้ได้ แต่จากนี้ไปจะต้องชนะเท่านั้น บางครั้งแม้กระทั่งราชันก็พลาดบ้าง ยิงนกได้ แพ้เป็น แต่ราชันที่ยิ่งใหญ่คือทีมที่แพ้แล้วรีบลุกกลับขึ้นมา นั่นต่างหาก       

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*