เจาะลึก สุดยอด นักเตะ ในตำนาน นักเตะขี้โม้ แล้วทำไม่ได้

คุณเคยหลงตัวเองกันบ้างมั้ย ?

ไม่ว่ารวยหรือจน ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรอยู่ที่ไหน พวกเราคงล้วนเคยหลงตัวเองกันมาบ้างไม่มากก็น้อย อาจจะหลงตัวเองว่าหล่อ , หลงเพ้อว่ามีความคิดสร้างสรรค์ , หลงว่ามีความรอบรู้ หรืออาจกำลังหลงว่าตัวเองเขียนบทความได้ดีสุดๆ ราวกับงานกวีซีไรต์ขึ้นหิ้ง วันนี้ สุดยอด นัก เตะ ในตำนาน ใครบ้างที่เคย ขี้โม้ เอาไว้ แล้วทำไม่ได้บ้าง เรานี้เรามาดูกัน

 

อาชีพนักฟุตบอลก็คงไม่ใช่ข้อยกเว้น แต่นักฟุตบอลส่วนใหญ่ก็ตกอยู่ในสถานะเดียวเหมือนๆ กับเราเวลาที่กำลังหลงตัวเอง – นั่นก็คือเราจะไม่รู้ตัวเองเลยว่าเรากำลังหลงตัวเองอยู่ การพบเห็นคนอื่นหลงตัวเองนั้นสังเกตได้ง่ายกว่าเวลาที่เรากำลังเป็นเองอยู่เสมอ

 

ปอล ป๊อกบา คงไม่ได้คิดแบบนั้นตอนที่ตัดสินใจเก็บข้าวของลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2012 เขาเคยถูกมองว่าหัวรั้นที่ไม่เชื่อฟังกุนซือมากบารมีอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เพราะเขาเชื่อสุดหัวใจว่าเขาพร้อมแล้วสำหรับการลงเล่นในทีมชุดใหญ่ ณ เวลานี้แล้ว ไม่ใช่ต้องมารอวันหน้า

นั่นทำให้ ป๊อกบา เมื่อปี 2012 อาจถูกมองว่าหลงตัวเอง ยโสโอหัง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักฟุตบอลพรสวรรค์สูงหลายๆ คนมักจะคิดคล้ายๆ กัน

อย่างไรก็ตาม ป๊อกบา ได้ใช้ฝีเท้าพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่าคำพูดโอ้อวดของเขาไม่ได้เป็นแค่วาทะขี้โม้ไปวันๆ ภายหลังจากที่ระเบิดฟอร์มกระฉูดกับ ยูเวนตุส จนถูกยกให้เป็นแข้งระดับ เวิลด์คลาสส์ อย่างเต็มตัว

แต่….นั่นไม่ใช่บทสรุปที่สวยหรูของพ่อค้าแข้งทุกคน เพราะความเชื่อหลงตัวเองแบบผิดๆ ก็ได้เคยทำลายอาชีพนักฟุตบอลชื่อดังมาแล้วนักต่อนัก

 

  • เควิน พริ๊นซ์ บัวเต็ง

เคยมีเส้นทางชีวิตที่รุ่งโรจน์สุดๆ ภายหลังจากที่ถูก เอซี มิลาน ดึงตัวมาจากทีมเล็กๆ อย่าง พอร์ทสมัธ เขาได้กลายเป็นกุญแจสำคัญที่พา “ปีศาจแดง-ดำ” คว้า สคูเด็ตโต้ มาครองเมื่อฤดูกาล 2010-2011 และเริ่มหลงระเริงไปกับชื่อเสียงระดับซูเปอร์สตาร์ เชื่อว่าตัวเองคือเพลเมคเกอร์คลาสส์เดียวกับ อังเดร ปีร์โล่ และการเปลี่ยนมาสวมเสื้อเบอร์ 10 ก็ไม่ช่วยอะไร จนทำให้ฟอร์มของเขาดำดิ่งและความโด่งดังที่ค่อยๆ สาบสูญไป อีกหนึ่ง  นักเตะขี้โม้ แล้วทำไม่ได้

 

  • นิคลาส เบนท์เนอร์

สุดยอด นักเตะ ในตำนาน อดีตหัวหอกพ่อรูปหล่อของ อาร์เซน่อล เป็นนักเตะที่มีคุณสมบัติครบถ้วนของการขึ้นมาอยู่ในระดับโลก แต่ความหลงตัวเองแบบเพ้อเจ้อของเขาก็ทำลายอาชีพของเขาเสียยับเยิน มันเริ่มตั้งแต่การกล้าประกาศศักดาว่าจะสร้างชื่อเป็นศูนย์หน้าระดับ เวิลด์คลาสส์ ได้ภายใน 5 ปี เสื้อผ้าและรอยสักของเขานั้นดูดีมีสไตล์ต่างจากตอนวัยรุ่น สวนทางกับความเข้มข้นในการฝึกซ้อมที่ลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นนักเตะดาดๆ อย่างเต็มตัว

 

  • เมมฟิส เดปาย

อดีตมือสังหารฟรีคิกตัวเทพของ พีเอสวี ที่หลงลืมไปว่าเขาได้ย้ายมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อเล่นฟุตบอล ไม่ใช่เป็นแฟชั่นนิสต้า! การแต่งตัวของเขาจัดจ้านสุดๆ และเลือกใช้แต่ของแพงโพสต์รูปหล่อๆ ลง Instagram นั่นทำให้ความหวังของแฟนๆ ที่จะเห็นเจ้าของเสื้อเบอร์ 7 ผู้ยิ่งใหญ่คนใหม่มีอันต้องจบลงด้วยความรวดเร็ว

  • มาริโอ บาโลเตลลี่

สุดยอด นักเตะ ในตำนาน พระเอกของตัวอย่างชั้นดีสำหรับคนที่คิดว่าตัวเองเก่งเกินความเป็นจริง เรื่องราวความล้มเหลวในชีวิตของเขานั้นแทบไม่มีอะไรต้องขุดเพิ่มกันอีกแล้ว และรางวัล บัลลงดอร์ ในฝันก็คงจะไม่มาเซหาเขาในเร็วๆ นี้ (หรืออาจจะทั้งชาตินี้) เราได้แต่หวังว่าวันนี้ บาโลเตลลี่ จะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวจริงๆ และเลิกเป็น นักเตะ ขี้โม้ ได้ในเร็ววัน จะเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติอิตาลี ได้แบบยาวๆ

 

เมื่อใดก็ตามที่เป้าหมายของคุณไม่สำเร็จเหมือนที่ปากคุณโม้ไว้ คุณจะต้องเจอกับโชคชะตาแบบเดียวกับกลุ่มนักเตะเหล่านี้ มันบอกให้เรารู้ว่าคุณมีสิทธิ์ที่จะโม้ได้ตราบที่ใจต้องการ แต่คุณก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาเช่นเดียวกัน – ทำไม ซลาตัน ขี้โม้เหมือนกันแต่เขาไม่โดนด่า , ทำไมคนหยิ่งยโสอย่าง มูรินโญ่ ถึงยังได้รับการยกย่อง ? บางที มันคงเป็นเพราะพวกเขาพูดแล้วทำได้จริง

แบบฉบับเดียวกับ โมฮัมหมัด อาลี เจ้าของวาทะคลาสสิค “โบยบินเหมือนผีเสื้อ ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง” เป็นคนขี้โม้! ที่ไม่ได้โม้

 

เคสล่าสุดในศึก เวิลด์ คัพ 2018 สุดยอด นักเตะ ในตำนาน นักเตะขี้โม้ แล้วทำไม่ได้

เจโรม บัวเต็ง โดน แกรี่ เนวิลล์ และ รอย คีน ตั้งคำถามในเกมที่เจ้าตัวโดนใบแดงที่ เยอรมัน ชนะ สวีเดน 2-1 โดยแขว่ะกระแทกแรงๆ ว่า “บัวเต็ง คิดว่าตัวเองเป็น เบ็คเค่นบาวเออร์ หรือไง เขาชอบคิดว่าเขาเก่ง แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้อยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยมเลยสักนิด”

บางทีการอยู่ บาเยิร์น มิวนิค , เป็น 1 ในขุนพลทีมชาติเยอรมัน และเคยผ่านการฝึกปรือวิชาจาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อาจทำให้ บัวเต็ง หลงลืมไปว่าศักยภาพของตัวเองนั้นจริงๆ แล้วควรจะเล่นแบบไหน นั่นคือสิ่งที่นักวิจารณ์ฝีปากกล้าอย่าง เนวิลล์ และ คีโน่ ตั้งข้อสังเกตถึงจุดอ่อนชิ้นใหญ่ของทัพ “อินทรีเหล็ก” ชุดปัจจุบัน

 

สิ่งที่ต่างจากเคสอื่นๆ ก็คือ บัวเต็ง ไม่ได้ขี้โม้โดยใช้ปาก แต่เขาถูก เนวิลล์ และ คีน มองผ่านภาษากายเวลาอยู่ในสนามว่าวางท่าดู “ยิ่งผยองขี้ฝอย มั่นใจเกินเหตุ” นั่นเอง

 

วิธีเดียวที่เราจะรู้ได้ว่า บัวเต็ง ควรถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกับ ซลาตัน หรือ เบนท์เนอร์? เราคงต้องใช้ผลงานในสนามเป็นเครื่องพิสูจน์

 

คนบางคนอาจต้องพิสูจน์กันทั้งชีวิต แม้กระทั่ง ปอล ป๊อกบา ที่แม้จะเคยผ่านประสบการณ์มาแล้ว แต่วันนี้เขาก็ยังคงถูกแฟนๆ แมนฯ ยู มากมายตั้งข้อสงสัยอยู่ถึงความเป็นลูกแหง่ที่อยากโดนสปอย แต่กลับไม่ได้รับความรักความสนใจจาก มูรินโญ่ จนเหมือนเป็นเด็กขาดความอบอุ่น และอาจมองหาบ้านหลังใหม่

 

ปอล ป๊อกบา ยังอายุแค่ 25 เขายังหนุ่มแน่นและมีเวลาให้ได้กำหนดเส้นทางของตัวเองอีกเยอะ แต่เราก็หวังว่ามันจะไม่นานเกินไปเหมือน แวนโก๊ะ ที่ต้องรอให้ตายไปก่อนหลายปี คนทั้งโลกถึงจะพึ่งรู้ตัวว่างานศิลปะของเขานั้นมีคุณค่าต่อมวลมนุษยชาติมากมายขนาดไหน

 

เส้นแบ่งระหว่างความมั่นใจกับความขี้โม้นั้นบางทีนั้นก็บางเหลือเกิน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*