ดาวยิง ยุค 4.0 ศูนย์หน้า ไม่ขยันยิง แห่งชาติ

ดาวยิง ยุค 4.0 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้า เชลซี กับบทบาท ศูนย์หน้า ไม่ขยันยิง

บางครั้ง ตำแหน่งศูนย์หน้า ของ ทีมฟุตบอล ไม่จำเป็นต้องทำประตูก็ได้ กับ เขาคนนี้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ผู้เล่น กองหน้า เชลซี ให้นิยามใหม่สำหรับ ดาวยิง ยุค 4.0 กับบทบาท ที่เขาเป็นเสมอมา ศูนย์หน้า ไม่ขยันยิง 

ถ้าจะให้นิยามคำว่า กองหน้า แฟนๆ ฟุตบอลก็คงคิดถึงคนที่ยิงประตูได้มากๆ เป็นเจ้าของรางวัลรองเท้าทองคำ หลายคนมีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความพลิ้วไหว พรสวรรค์สูงอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ หรือ ดุดัน คมกริบทั้งกับพื้นและกลางอากาศแบบ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

เมสซี่ และ อิบราฮิโมวิช

เมสซี่ และ อิบราฮิโมวิช 2 แนวรุกที่เป็นหนึ่งในดวงใจของใครหลายๆ คน ด้วยสไตล์ที่แตกต่างแต่มีความเหมือนในจำนวนการยิงถล่มทลาย


ศูนย์หน้า ไม่ขยันยิง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้า เชลซี ดาวยิง ยุค 4.0

จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ในยุคโมเดิร์นฟุตบอลนี้ เรากำลังได้พบกองหน้าแนวใหม่ ดาวยิง ยุค 4.0 ที่ไม่เน้นการยิง และหันหลังให้ประตู

การยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว ห่างไกลจากการลุ้นโกลเด้นบูทในฟุตบอลโลก 2018 แต่เป็นส่วนหนึ่งของทีมแชมป์ นั่นเป็นเรื่องที่อธิบายยากว่าจริงๆ แล้ว โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ คือแข้งมากความสามารถระดับโลก หรือ ห่วยขั้นเทพ

ระหว่างที่เพื่อนร่วมทีมอย่าง อองตวน กรีซมันน์ ขยันยิงแทบทุกนัด และความเร็วทั้งจ่ายและซัดของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ส่งให้เขาได้ครองตำแหน่งดาวรุ่งยอดเยี่ยม แต่ ชิรูด์ กลับอยู่ในมุมมืดอย่างเงียบๆ และดูเหมือนเขาจะพอใจกับการเป็น ศูนย์หน้า ไม่ขยันยิง อย่างนี้ต่อไป

โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้า เชลซี

ชิรูด์ พูดถึง เอ็มบัปเป้ ว่าเป็นคนที่เหมาะจะยืนทางขวา ส่วน กรีซมันน์ เป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย


ปี 2014 ชิรูด์ ย้ายมาที่ อาร์เซน่อล 2 ฤดูกาลเต็มๆ แต่สิ่งที่เขามักจะโดนตำหนิจากทั้งแฟนๆ และนักวิจารณ์อยู่เสมอเรื่องการเป็น ศูนย์หน้า ไม่ขยันยิง คือจำนวนการยิงประตู 27 ประตูรวมกันในเกม พรีเมียร์ลีก ตลอด 2 ซีซั่นแลดูเล็กน้อยสำหรับยักษ์ใหญ่ในลอนดอนเหนือ และไม่ค่อยจะแผลงฤทธิ์เมื่อเจอทีมระดับบิ๊กด้วยกัน ถ้าไม่นับ ลิเวอร์พูล ในตอนนั้น!

อาร์เซนอล ชิรูด์

ตลอดเวลา 5 ฤดูกาลเต็มที่ อาร์เซนอล ชิรูด์ ยิงได้ 69 ประตูใน พรีเมียร์ลีก จากการลงสนาม 164 เกม หรือเฉลี่ยทุกๆ 2-3 เกมจะยิงได้สักครั้ง ซึ่งถือว่าไม่เลวเลย แต่บางที ทีมใหญ่ขนาดนี้ก็ต้องการอะไรมากกว่านั้น


2 ปีต่อมา เมื่อฝรั่งเศสเดินหน้าด้วยความหวังแชมป์ในภูมิภาคยุโรป กรีซมันน์ คือความหวังของทีมอย่างเต็มตัว เขาแบกทั้งทีมไว้บนบ่า ส่วน ชิรูด์ ยิงได้ 3 ประตู และมีสถานะสำรอง ฝรั่งเศสจบด้วยการเป็นรองแชมป์ ยูโร 2016 แบบเจ็บปวดใน สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ ของตัวเอง

พวกเขามาพร้อมความแค้นที่รัสเซีย 2018 และการปรับทัพ แต่หนึ่งในนั้นยังมี ชิรูด์ ซึ่ง ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ รู้ดีว่า จำนวนเกมของเขากับสโมสรลดลง เมื่อย้ายมา เชลซี แบบช็อกคนทั้งเมืองหลวง 6 เกมในฐานะตัวจริง และอีก 7 ในฐานะสำรองช่วงครึ่งซีซั่นหลัง

เดส์ชองส์

เดส์ชองส์ มองเห็นความเปลี่ยนแปลง เมื่อ ชิรูด์ ย้ายมาที่ เชลซี แต่เขากลับรู้สึกว่า มันเป็นการเล่นอีกอย่างที่จะช่วยเหลือทีม แม้จะโดนตำหนิอย่างหนักใน 3 เกมแรกของ เวิลด์ คัพ 2018 ว่าชนะแบบสุดฝืด เพราะแนวรุกไม่ทำงานก็ตาม


“เดเด้” ตอบอย่างชัดเจนว่าเขามีเป้าหมาย และมองเห็นบางอย่าง เขาบอกว่า “ชิรูด์ ไม่ยิงเหรอ ก็แค่ยังไม่ยิง แต่เขามีสไตล์ที่แตกต่างจากคนอื่น และทีมก็ต้องการคนอย่างนี้ ไม่ยิงก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะมีหน้าที่อีกมากมายที่ โอลิวิเย่ร์ ทำได้”

เดส์ชองส์ คงอยากบอกอะไรบางอย่างที่เขาเคยเจอมาแล้วเมื่อ 20 ปีก่อน ตอนที่เขาอยู่ในทีมชุดแชมป์โลก เมื่อ คริสตอฟ ดูการ์รี่ และ สเตฟาน กีวาร์ค ทั้งคู่ยิงรวมกัน 1 ประตูถ้วนในทัวร์นาเมนต์ ฟร้องซ์ 98 แต่ “เลส์ เบลอส์” เป็นแชมป์โลก เรื่องนั้น ชิรูด์ ก็รู้ดี เขาถึงพูดได้อย่างไม่เคอะเขินว่า “ถ้าผมไม่ยิงแล้วฝรั่งเศสได้แชมป์โลกก็ไม่เป็นไร เพราะเจ้านาย (เดส์ชองส์) ส่งผมลงสนามด้วยความคิดว่าผมช่วยทีมได้ ผมก็มีส่วนที่ต้องทำอยู่”

ดูการ์รี่

ดูการ์รี่ ก็คงเคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน เขาลงเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสทั้งหมด 55 เกม ยิงได้ 8 ประตูเท่านั้น โดยในปี 1998 ที่เป็นแชมป์โลก เขาลงเล่น 9 เกม ยิงได้ 2 ประตู


6 เดือนในสีเสื้อน้ำเงินครามทางฝั่งตะวันออกของกรุงลอนดอน เราพูดกันแบบติดตลกว่า โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ คือกองหน้าตัวรับในทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ เขามีทักษะในการเล่นบอลกับพื้น และใช้ความสูงได้เป็นประโยชน์มาก

เมื่อรอบตัวเขา ทั้ง วิลเลี่ยน, เปโดร และ เอแด็น อาซาร์ มีความเร็ว แต่ไม่มีร่างกายใหญ่โต สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เขาคอยพักบอล ส่งต่อ สร้างโอกาส ทำทุกอย่าง ยกเว้นการหันไปยิงประตู

คำว่าน้อยใจไม่เคยกัดกินความรู้สึกของเขาเลย ชิรูด์ ยอมรับบทบาทนี้ และหากทำได้ก็จะหาโอกาสยิงประตูให้เจอ เพียงแค่ในซีซั่น 2018/19 ที่เพิ่งเริ่มไปไม่นานนี้ เขายังหาไม่เจอ

เกมที่ถล่มเอาชนะ คาร์ดิฟฟ์ 4-1 ชิรูด์ สร้างโอกาสให้กับ อาซาร์ อย่างชัดเจน มีคนชมว่า อาซาร์ เป็นสุดยอดแข้ง แต่ ชิรูด์ ก็ได้รับคำชมไม่น้อยเช่นกัน

อันที่จริงก็ไม่มีแฟน อาร์เซน่อล คนไหนรู้สึกเสียใจสุดซึ้งที่ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ จะเลือกย้ายมาเป็น กองหน้า เชลซี ทีมคู่แข่งหัวตาราง แต่ก็มีความเสียดายไม่น้อย เพราะทั้ง อเล็กซองดร์ ลากาแซ็ตต์ และ ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมยอง นั้นมีมูลค่าเกินกว่าจะจับนั่งสำรอง หลายคนลงความเห็นว่า การขายออกมาในราคา 18 ล้านปอนด์นั้นให้ความเคารพต่ออดีตดาวยิงของพวกเขาเป็นที่สุดแล้ว กรุณาอย่าใช้คำว่าห่วย

โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้า เชลซี

การมาของ ซาร์รี่ ทำให้ ชิรูด์ และ โมราต้า ยังไม่พบจุดลงตัวที่จะลงสนามพร้อมกันตามความคาดหวังของแฟนๆ กลุ่มหนึ่ง ที่คาดว่า ความแตกต่างจะสร้างความกลมกล่อมให้แนวรุกชุดนี้ ทำให้ตอนนี้ทั้งคู่คงต้องปะมือกันไปก่อน


สไตล์ของ ชิรูด์ อาจทำให้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ หนักใจไม่น้อย แต่ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ในเมื่อ อัลบาโร่ โมราต้า จะรอบอล วิ่งพุ่งเข้าไปทำประตูกับบางวันที่หวังในแท็คติกอย่างหนึ่ง แต่กับบางวันที่ต้องการใครสักคนช่วยเหลือในเกมริมเส้นและเกมกลางสนามมีความเร็วจัด ต้องการคนสร้างพื้นที่ด้วยแผนอีกอย่าง ก็มี ชิรูด์ อยู่ตรงนั้น

ซาร์รี่ อาจจะเพิ่งโทรศัพท์ไปขอบคุณ คอนเต้ ที่ปั้นกองหน้าคนหนึ่งซึ่งยินดีจะหันหลังให้ประตูอยู่ก็เป็นได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*